วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วัยกับการบริหารเวลา


วัยกับการบริหารเวลา

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


            วัยกับการบริหารเวลา ในชีวิตของคนเราทุกๆคน มักมีวงจรชีวิตที่เหมือนกันกล่าวคือ เมื่อเราเกิดมาเราต้องผ่านวัยต่างๆ เช่น วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน วัยชรา ซึ่งเราสามารถแบ่งออกเป็นช่วงๆ โดยมีความสัมพันธ์กับอายุได้ดังนี้

อายุ 1-25 ปี  เป็นวัยที่มีความสนุกสนาน วัยศึกษาเล่าเรียน ไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องการหาเงินเลี้ยงชีพมากนัก ซึ่ง เราจำเป็นจะต้องเรียนให้ดีและให้ได้มากที่สุด ซึ่งบุคคลใดที่มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน บุคคลนั้นก็มักจะได้มีการงานอาชีพที่ดีและมั่นคงในอนาคต

อายุ 25-50 ปี เป็นวัยทำงาน เราต้องลองผิดลองถูก ท่านจึงไม่ควรกลัวความล้มเหลว กลัวความผิดหวังมากนัก เพราะหากท่านเกิดความกลัวมากๆ ท่านก็จะไม่กล้าริเริ่มทำอะไรใหม่ๆให้กับชีวิตเลย  วัยนี้  เราต้องเรียนรู้ เราต้องฝึกหัดหาประสบการณ์ อีกทั้งต้องหาเงินเพื่อสร้างฐานะตนเองและครอบครัว ช่วงวัยนี้หากใคร ขยันทำงาน มีความสามารถในการหาเงินเก่ง ก็จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงต่อไป  เกิดความสุขความสบาย

อายุ 50-60 ปี เป็นวัยที่ บุคคลหลายๆคนประสบความสำเร็จในชีวิต บางคนได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ในตำแหน่งสูงๆ วัยนี้เป็นวัยที่เราสามารถช่วยเหลือสังคมได้มากกว่าวัยอื่นๆ เช่น หลายคนรับราชการเมื่อใกล้อายุ 60 ปี มักจะได้รับตำแหน่งบริหารในระดับต่างๆ อาทิ ปลัดกระทรวง อธิบดี  พลเอก พลตำรวจเอก บางคนดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเกษียณอายุในที่สุด

อายุ 60-80 ปี เป็นวัยพักผ่อน เลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน สำหรับคนอายุในวัยนี้ ไม่ควรเครียดให้มาก เพราะจะทำให้สุขภาพกาย สุขภาพใจเสียได้ง่าย และทำให้อายุไม่ยืนยาว บางคนอยู่ในช่วงนี้ยังไม่ย่อมปล่อยวาง ไม่ยอมส่งมอบกิจการให้กับลูกหลาน จึงทำให้เกิดความทุกข์ ก็เนื่องจากการแบกรับภาระ

อายุ 80 ปีขึ้นไป เป็นวัยพลัดพราก หรือเป็นวัยที่ละสังขาร หลายคนอาจอยู่ไม่ถึง แต่ถ้าหากใครอยู่ถึง 80 ปี ขึ้นไปก็นับได้ว่า ท่านได้กำไรชีวิต ท่านควรรักษาสุขภาพให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ลูกหลานในการที่จะต้องมาคอยดูแล รักษาพยาบาลร่างกายของท่าน

                ดังนั้น หากใครสามารถดำเนินชีวิตตามวัยได้ บุคคลผู้นั้นจะประสบความสำเร็จได้ดีกว่าบุคคลที่ไม่รู้จักใช้ชีวิตให้ไปตามวัย เช่น หากใครอยู่ในอายุ 1-25 ปี แล้วไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เรียนไม่จบก็จะกระทบกับวัยอื่นๆไปด้วย กล่าวคือ อายุ 25-50 ปี ท่านจะได้ทำงานในอาชีพที่ไม่สู้จะดีนัก เมื่อท่านมีหน้าที่การงาน อาชีพที่ไม่ดี ท่านก็จะได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนในระดับที่ไม่สูงนัก

เมื่อท่านมีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ก็จะทำให้ช่วง อายุ 50-60 ปี ท่านจะไม่ประสบความสำเร็จไปด้วย เนื่องจากถ้าหากคนเราเสียเรื่องเงินก็จะทำให้เรื่องอื่นๆมีปัญหาไปด้วย บางคนต้องถูกฟ้องล้มละลาย ก็เพราะการใช้เงินที่เกินตัว อายุ 60-80 ปี แทนที่ท่านจะได้พักผ่อน เลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน ท่านจำเป็นจะต้องหาเงินมาใช้หนี้สิน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านเกิดความเครียดและทำให้ท่านพลัดพรากไปเร็วกว่าเวลาที่ควร

                สำหรับข้อความข้างต้น เป็นข้อความที่นำเสนอภาพรวมที่เกี่ยวกับเรื่องวัยกับการบริหาร แต่ทั้งนี้ หลายคนไม่ได้ดำเนินชีวิตตามวัยในข้อความข้างต้น แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ จึงข้อสรุปว่า ความสำเร็จของคนเราขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวเราเอง เพราะบางคน ช่วงอายุ 1-25 ปี  แต่ไม่มีโอกาสเรียนเนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน บางคนไม่ชอบเรียนในระบบ ต้องออกไปเรียนนอกระบบ แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จในระดับสูงได้เช่นกัน

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อาจารย์กับขวดโหลเวลา


อาจารย์กับขวดโหลเวลา
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                ครั้งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มี “ อาจารย์ท่านหนึ่งได้เดินเข้าห้องเรียนพร้อมกับขวดโหลใบหนึ่ง ซึ่งในที่นี้ขอเรียกว่า “ ขวดโหลเวลา ” แล้วอาจารย์ท่านนั้นก็ยืนหน้าห้องพร้อมด้วยอุปกรณ์ต่างๆ หลังจากนั้น อาจารย์ก็เริ่มเข้าสู่เนื้อหาโดยการเริ่มเอา ขวดโหลเวลาขึ้นมาบนโต๊ะ จากนั้นก็ค่อยๆ เอาก้อนหินใหญ่ใส่ลงไปในขวดโหลเวลาจนเต็ม แล้วจึงถามนักเรียนในชั้นว่า ก้อนหินเต็มหรือยัง นักเรียนก็ตอบทันทีว่าเต็มแล้ว
                จากนั้น อาจารย์ก็นำก้อนหินเล็กๆ ใส่ลงไปในขวดโหลเวลา จนเต็มแล้ว ก็ถามนักเรียนว่า ก้อนหินเต็มขวดโหลเวลาหรือยัง นักเรียนรีบตอบทันทีว่า “ เต็มแล้ว ” หลังจากนั้น อาจารย์จึงนำเอาถุงทรายขึ้นมาแล้วจึงเทถุงทรายลงไปในขวดโหลเวลา จนเต็ม แล้วก็ถามนักเรียนว่า ทรายเต็มขวดโหลเวลาหรือยัง เด็กนักเรียนรีบตอบว่าเต็มแล้ว อาจารย์ท่านนั้นก็บอกว่าเต็มจริงๆ
                หลังจากนั้น อาจารย์ก็พูดให้แง่คิดว่า “ ชีวิตของคนเราก็เหมือนกับสิ่งต่างๆที่อยู่ภายในขวดโหลเวลานี้” หินก้อนใหญ่เปรียบเสมือนสิ่งที่มีความสำคัญต่อเรามากที่สุด มีความหนักที่สุดและใช้พื้นที่ภายในขวดแก้วมากที่สุด ซึ่งหมายถึง งาน ครอบครัว สุขภาพ เพื่อนฝูง สำหรับหินก้อนเล็กๆ เปรียบเสมือน รถ บ้าน สิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งมีความสำคัญน้อยกว่า สำหรับทรายได้แก่สิ่งที่ไม่มีความสำคัญ
                ฉะนั้นชีวิตของคนเรา เรามีความจำเป็นที่จะต้องมีการลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ เช่น เราควรให้ความสำคัญกับ งาน ครอบครัว สุขภาพ เพื่อนฝูง ก่อน รถ บ้าน สิ่งอำนวยความสะดวก หลังจากนั้นหากมีเวลาเหลือ เราจึงควรทำในสิ่งที่ไม่มีความสำคัญ

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การบริหารเวลา : เวลาเป็นสิ่งที่มีค่า


การบริหารเวลา : เวลาเป็นสิ่งที่มีค่า
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
การผัดวันประกันพรุ่ง คือ ตัวเร่งปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
                หลายๆคนโดยเฉพาะเด็กยุคใหม่ มักเสียเวลาไปกับการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ การดูโทรศัพท์ การพูดคุยโทรศัพท์ บางคนก็เดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า เป็นเวลานานหลายๆชั่วโมง หลายๆคนมักมีข้ออ้างว่าเป็นการพักผ่อน
                แต่มันจะคุ้มค่าหรือ ?  ที่ใช้เวลาพักผ่อน เป็นจำนวนหลายๆชั่วโมงในแต่ละวัน ตรงกันข้ามกับบุคคลที่รู้จักคุณค่าของเวลา เขาจะใช้เวลาไปกับสิ่งที่เป็นประโยชน์  เช่น การพัฒนาตนเอง การเรียนภาษาอังกฤษ การเล่นดนตรี การเล่นกีฬา ฯลฯ และเมื่อเวลาผ่านไปเราจะเห็นความแตกต่างระหว่างคนที่ใช้เวลาเป็นกับคนที่ใช้เวลาไม่เป็น
                คนที่ใช้เวลาเป็นเขาจะได้รับความก้าวหน้า ทั้ง การเรียน หน้าที่การงาน เขาจะก้าวไปได้ไกลกว่าคนที่ใช้เวลาไม่เป็นหลายเท่า ดังนั้น การศึกษา เรียนรู้ การบริหารเวลา แล้วนำไปใช้จึงทำให้คนหลายๆคนประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งหน้าที่และการทำงาน คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับการลำดับความสำคัญ ดังต่อไปนี้
                ก คือ งานที่สำคัญมาก มีความเร่งด่วน มีผลกระทบต่อความสำเร็จ ไม่ทำไม่ได้จะเสียหาย
                ข คือ งานที่มีความสำคัญรองลงมา ยังไม่มีความเร่งด่วน แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำ                                       
                ค คือ งานที่ไม่สำคัญ แต่มีความเร่งด่วน เขามักจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทน
                ง คือ งานที่ไม่สำคัญ และไม่เร่งด่วน เขาจะไม่ทำหรือให้คนอื่นทำแทนก็ได้
                คนที่ประสบความสำเร็จมัก เน้นที่จะทำงาน ก และ ข คือ เขาจะเลือกทำงานที่สำคัญที่สุดและสำคัญรองลงมาก่อน ส่วนงานที่ไม่มีความสำคัญ เขาจะจ้างหรือหาผู้ช่วยทำแทน
                ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ เขามักจะเลือกทำทุกเรื่องที่เข้ามาหาเขา อีกทั้งยังไม่มีความไว้วางใจใคร ให้ช่วยทำงานแทน เขาจึงต้องทำงานที่ไม่มีความสำคัญอยู่ร่ำไป
                หลังจากการจัดลำดับงานที่มีความสำคัญและไม่สำคัญแล้ว เราควรที่จะต้องมีการวางแผนการทำงาน อีกทั้งควรมีสมุดบันทึกการทำงานที่ดี ไดอารี่  เครื่องมือช่วยเตือนความจำ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ เราใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
                แต่สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดก็คือ เราจำเป็นจะต้องมีวินัย หลายๆคน วางแผนการใช้เวลา แต่ก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ดังแผนการที่วางเอาไว้ ก็เนื่องมาจาก การไม่มีวินัย การผัดวันประกันพรุ่ง ฉะนั้น จงเพาะนิสัยที่ดีในการบริหารเวลา เพื่อความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในทางการวิจัย เคยมีผู้วิจัย  วิจัยออกมาว่า หากท่านต้องการสร้างนิสัยใหม่ให้เกิดขึ้นกับตัวของท่าน ท่านจงทำสิ่งนั้นทุกๆ วันติดต่อกันเป็นเวลา 21 วัน แล้วนิสัยใหม่ก็จะเกิดขึ้นกับตัวของท่าน
จงเรียนรู้และศึกษาเรื่องของการบริหารเวลา แล้วนำไปปฏิบัติ ท่านก็จะเป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การบริหารเวลา : ทำทันทีหรือททท.


การบริหารเวลา : ทำทันทีหรือททท.
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                ความคิดที่ดีๆของคนเรามากมาย ไม่สามารถออกมาเป็นรูปธรรมหรือออกมาเป็นผลงานได้ก็เนื่องมาจากการไม่ยอมที่จะลงมือทำทันที หลายคนนึกอยากที่จะเขียนหนังสือ อยากที่จะเขียนบทความ อยากที่จะเรียนต่อ แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ก็เนื่องมาจากการผัดวันประกันพรุ่ง
                การผัดวันประกันพรุ่ง การไม่ยอมที่จะลงมือทำทันทีนี้ทำให้เราเสียโอกาสที่สำคัญๆของชีวิตไป แต่สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่แล้ว เมื่อเขามีความคิดที่ดีๆ เขาจะเริ่มลงมือทำทันที ไม่ปล่อยให้โอกาสหรือความคิดที่ดีๆนั้นผ่านพ้นไป
                นักธุรกิจใหญ่ๆที่ประสบความสำเร็จ หลายๆท่านเมื่อเห็นโอกาสแล้ว เขาจะไม่รีรอที่จะเพิ่มกำลังการผลิต เขาไม่รีรอที่จะหาเครื่องทุ่นแรงมาช่วยเช่นเทคโนโลยีต่างๆ เขาจะสั่งซื้อและใช้เงินลงทุนทันที ตรงกันข้ามหลายๆคน  อยากที่จะเปิดร้านทำธุรกิจสักแห่ง ไม่ว่าร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า เขาจะคิดแล้วคิดอีก ในที่สุดก็ไม่สามารถเปิดร้านได้ เพราะมัวแต่เสียเวลากับการคิดแต่ไม่ยอมที่จะลงมือทำ
                ดังนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง ขอให้ท่านจงลงมือทำทันที ไม่ต้องรีรอ หากว่าท่านมั่นใจจงเริ่มลงมือทำ เพราะการลงมือทำจะทำให้ท่านเห็นผลงาน และเมื่อท่านเห็นผลงานท่านก็จะเกิดความภาคภูมิใจ อีกทั้งเกิดประสบการณ์ใหม่ๆ ตรงกันข้ามการชักช้า รีๆรอๆ มักจะทำให้ความกระตือรือร้นของท่านจืดจาง เมื่อเวลาผ่านไปท่านก็จะมีความรู้สึกไม่อยากที่จะทำมัน หลายๆท่านกลัวที่จะล้มเหลว อย่าได้กลัวมันเลยเจ้าความล้มเหลวนี่ เพราะความล้มเหลวจะสอนให้เราเก่งขึ้น ฉลาดขึ้น แข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่าเดิม
                การผัดวันประกันพรุ่งจึงเป็นอุปสรรคต่อการบริหารเวลา การผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้เกิดจากสิ่งอื่นใดเลย แต่เกิดจากตัวของเราเองนี่แหละ เพราะตัวของเราเอง ชอบมีข้ออ้างและเหตุผลต่างๆ เช่น ยังมีเวลาอีกหลายวัน , เดี๋ยวค่อยทำ , พรุ่งนี้ค่อยทำ เป็นต้น
                หลายๆท่านเห็นงานที่มีมากแล้วไม่อยากลงมือทำ เช่น การเขียนหนังสือสักเล่มซึ่งมีจำนวน 200 หน้า ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่อยากทำเพราะการจะเขียนหนังสือให้ครบ 200 หน้า ต้องใช้เวลานานหลายเดือน แต่เราสามารถทำได้โดยอาศัยเทคนิคดังนี้ คือ การซอยงานใหญ่ๆให้น่าทำขึ้น
                หากหนังสือของเรามี 200 หน้า เราสามารถแบ่งออกเป็นบทๆหรือตอนๆ ได้ไหม เมื่อเราแบ่งออกเป็น 20 บท หรือ20 ตอน เราก็จะได้บทหรือตอนละ 10 หน้า แล้วเราจึงเริ่มลงมือเขียนทีละตอน ทีละตอน จนได้หนังสือออกมาเป็นเล่ม
                การซอยงานใหญ่ๆ ให้น่าทำขึ้นหรือการแบ่งออกเป็นส่วนๆ ตอนๆ นี้ จะทำให้เราเกิดกำลังใจทำงาน กล่าวคือ เมื่อเราเขียนไปได้ 1 ตอนแล้ว เราก็อยากที่จะเขียนตอนต่อไป แทนที่จะปล่อยเวลาให้ช้าหรือคงค้างงานเอาไว้  
จงเพาะนิสัยทำทันทีหรือททท. แล้วท่านจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ดังคำพูดของ เดล คาร์เนกี ที่ว่า “เมื่อตัดสินใจแล้วปฏิบัติทันที จงลงมือทำเดี๋ยวนี้

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การบริหารเวลา :การตั้งเป้าหมายในชีวิต

การบริหารเวลา :การตั้งเป้าหมายในชีวิต
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                คนที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิต มักเป็นคนที่ไม่ใส่ใจในเรื่องของการบริหารเวลา ตรงกันข้ามกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่มีเป้าหมายและรู้จักคุณค่าของการใช้เวลาแต่ละนาที ดังนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จและรู้จักคุณค่าของเวลา ท่านจงตั้งเป้าหมายในชีวิตตั้งแต่บัดนี้ ซึ่งแต่ละบุคคลมักมีเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน เช่น
-                   บางคนมีเป้าหมายอยากได้บ้านเป็นของตนเอง
-                   บางคนอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง
-                   บางคนอยากที่จะลดน้ำหนัก
-                   บางคนอยากเรียนต่อในระดับปริญญาเอก
-                   บางคนอยากเป็นเศรษฐี
-                   บางคนอยากมีเงินสด 1 ล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี
ดังนั้นหากว่าเรามีเป้าหมาย  เราสามารถที่จะวางแผนการใช้เวลาเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย
เพราะเป้าหมายเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ใช้ในการเดินทาง สิ่งที่สำคัญที่สุดคุณจำเป็นจะต้องมีความจริงจังกับเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ก็จะทำให้คุณไม่ปล่อยเวลาให้สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เวลาของคุณจะมีค่า สำหรับการวางเป้าหมายที่ดี เราควรมีการกำหนดระยะเวลาลงไปด้วย เพราะหากไม่มีการกำหนดระยะเวลา เราก็จะทำงานไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งควรมีการวางเป้าหมายเป็นด้านๆไป เช่น เป้าหมายในเรื่องการทำงาน , เป้าหมายในเรื่องสุขภาพ , เป้าหมายในเรื่องชีวิตครอบครัว และเป้าหมายในเรื่องสังคม
                ด้านการวางแผนที่ดี เราควรวางแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ เช่น หากว่าคุณฝันหรือมีเป้าหมายอยากมีเงินสด 1 ล้านบาท ภายใน 5 ปี คุณจำเป็นที่จะต้องวางแผนการออมเงินให้ได้ปีละประมาณ 2 แสนบาท หรือ เดือนละ 16,600 บาท เป็นต้น
                การวางแผนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก มีการวิจัยหรือการค้นคว้าของนักวิชาการเกี่ยวกับเรื่องของการวางแผน ได้กล่าวไว้ว่า มีคน 2 คน คนหนึ่งใช้เวลาทำงาน 8 ชั่วโมง แต่อีกคนหนึ่งใช้เวลาสำหรับการวางแผนเพียง 8 นาที เขาใช้เวลาทำงานเพียงแค่ 7 ชั่วโมง ฉะนั้นเขาสามารถประหยัดเวลาได้ตั้ง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว
                  ดังคำพูดของ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 16  อับราฮัม ลินคอล์น เคยกล่าวไว้ว่า “ หากข้าพเจ้าต้องการตัดไม้ทั้งป่า สิ่งแรกที่ข้าพเจ้าจะต้องทำคือ ข้าพเจ้าจะลับขวานให้คมก่อน” การวางแผนก็เหมือนกับการลับขวานให้คมนั้นเอง
เป็นหนุ่มสาวไม่ขยันทำงาน    แก่เฒ่าจะไร้ค่า